ผมชอบดูนักกีฬาที่มีชื่อเสียง
ซึ่งเปี่ยมด้วยทักษะและความปรารถนาอันแรงกล้า เวลาที่พวกเขาลงเล่น อย่างเต็ม
ความสามารถ
ทำให้เห็นความรักที่พวกเขามีในเกมกีฬา ในทางกลับกัน เมื่อฤดูกาลแข่งขันอันยาวนานใกล้สิ้นสุดลง
และทีมที่ลงแข่งขันก็หมดโอกาสที่จะได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศหรือคว้าแชมป์
บางครั้งดูเหมือนผู้เล่นบางคนจะเล่นแบบ
“ขอไปที” ซึ่งการขาดความปรารถนาอันแรงกล้า
อาจทำให้แฟนกีฬาซึ่งซื้อบัตรเพื่อเข้าชมการแข่งขันดีๆ รู้สึกผิดหวัง
ความปรารถนาอันแรงกล้าเป็นลักษณะสำคัญในชีวิตส่วนตัวของเราเช่นกัน
ท่าทีในใจของเราที่มีต่อพระเจ้า
เห็นได้จากวิธีที่เราปรนนิบัติพระองค์
อัครทูตเปาโลกล่าวว่า การปรนนิบัติที่ว่านี้รวมถึงวิธีที่เราทำงานในแต่ละวันด้วย
เอเฟซัส 6 : 6-7 บอกว่า เราต้องปฏิบัติงาน
“ ไม่เหมือนอย่างคนที่ทำแต่ต่อหน้า
อย่างคนที่ทำให้ชอบใจคน แต่จงทำเหมือนอย่างทาสของพระคริสต์
คือ กระทำตามชอบพระทัยพระเจ้าด้วยความเต็มใจ จงปรนนิบัตินายด้วยจิตใจชื่นบาน
เหมือนกับปรนนิบัติ
องค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ปรนนิบัติมนุษย์ ”
หัวใจสำคัญของพระธรรมตอนนี้
ได้แก่คำว่า “ความเต็มใจ” ผมมีพระบิดาที่อยู่ในสวรรค์
ผู้ทรงรักผมอย่างลึกซึ้ง
และทรงสละพระบุตรของพระองค์เพื่อผม
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพระองค์ได้อย่างไร ?
ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าด้วย “ความเต็มใจ” เป็นการตอบสนองที่ดีที่สุดต่อพระองค์
ผู้ทรงกระทำสิ่งมากมายเพื่อเรา
ที่มา : มานาประจำวัน 1/02/2013












