covenantbkk

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
คริสตจักรพันธสัญญา กรุงเทพฯ...ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ธรรมชาติของความว่างเปล่า

                               อริสโตเติล นักปรัชญาโบราณกล่าวไว้ว่า ธรรมชาติชิงชังความว่างเปล่าเขาสรุปจากการสังเกตว่า ธรรมชาติต้องการให้
                พื้นที่ทุกอณูถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งบางอย่าง แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอากาศที่ไร้สีสัน และกลิ่นก็ตาม

ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็เช่นกัน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มกล่าวโทษเราถึงความบาป       ความคิดเรื่องการปรับปรุง
ตนเองก็เข้ามาในความคิดของเราทันที เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อต่อสู้กับนิสัยแย่ๆ  แต่ยิ่งเราพยายามกำจัดความคิด    ทัศนคติ
และความปรารถนาที่ไม่บริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ต้องพบกับความล้มเหลวมากเท่านั้น  เพราะการกำจัดสิ่งใดออกไป     จะเกิดพื้นที่ว่าง
ในจิตวิญญาณขึ้น     เมื่อใดก็ตามที่เรากำจัดความชั่วร้ายอย่างหนึ่งออกไป ความชั่วร้ายแบบใหม่ก็จะรีบเข้ามาแทนที่      จนในที่สุด
เรากลับแย่หรือเลวร้ายลงยิ่งกว่าตอนที่เราเริ่มต้น

เรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เปาโลกล่าวแก่ชาวเอเฟซัสเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อท่านอธิษฐานทูลขอให้พระคริสต์สถิตในใจ
ของพวกเขาทางความเชื่อ เพื่อพวกเขาจะได้

               “
ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์เพื่อ [พวกเขา] จะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม(เอเฟซัส 3:19)

การแก้ปัญหาความบาปในชีวิตอย่างยั่งยืนมีเพียงทางเดียว คือให้ความรักของพระเยซูแทนที่ความว่างเปล่า  ยิ่งเราเต็ม
ด้วยความรักของพระองค์มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีที่ว่างสำหรับสิ่งชั่วร้ายน้อยลงเท่านั้น

                      ขอขอบพระคุณ พระทรงการุณ ให้พระวิญญาณ
                      เติมเราให้เต็ม ด้วยรักแสนหวาน พลังประทาน จากพระองค์มา
                      ขอเปลี่ยนแปลงให้ เราได้เข้าใกล้ อย่างพระฉายา
                      เป็นเหมือนพระองค์ ทุกวันเวลา ชีวิตมีค่า ทุกวินาที

                            เราไม่จำเป็นต้องจัดบ้านก่อนพระเยซูเสด็จมา พระองค์จะทรงจัดการให้ หลังจากเราให้พระองค์เข้ามา

ที่มา
: มานาประจำวัน  21/01/2011

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 26 มกราคม 2011 เวลา 17:34 น.
 

อยากให้มีคนมารักและเป็นห่วง...


                   หญิงสาวคนหนึ่งเขียนลงในเว็บไซต์ส่วนตัวว่า
ฉันอยากถูกรัก และใครคนนั้นก็ต้องเป็นคนที่วิเศษมาก!

เราทุกคนก็ต้องการอย่างเดียวกันมิใช่หรือ อยากให้มีคนมารักและเป็นห่วง ? และยิ่งดีมากขึ้นไปอีกถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่วิเศษ!      
   

               
คนที่มีคุณสมบัตินี้มากที่สุดก็คือพระเยซูคริสต์ พระองค์สำแดงความรักที่ไร้เงื่อนไขด้วยการจากพระบิดาในสวรรค์

มายังโลกเป็นทารกน้อยในวันคริสตมาส
  (ลก.2)  จากนั้น ดำเนินชีวิตที่ปราศจากตำหนิ และได้ทรงสละพระชนม์เป็นเครื่องบูชา

แด่พระเจ้าบนกางเขนแทนเรา
(ยน.19:17-30) เพราะเราจำเป็นต้องได้รับการช่วยให้รอดจากความบาปและผลของบาป ซึ่งก็คือความตาย

ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา(รม.5:8) อีกสามวันต่อมา พระบิดาทรงให้พระเยซูฟื้น

คืนพระชนม์อีกครั้ง
(มธ.28:1-8 เมื่อเรากลับใจใหม่และรับความรักวิเศษอันเป็นของขวัญจากพระเยซู พระองค์ก็จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอด

ของเรา
(ยน.1:12 ; รม.5:9 ) เป็นพระเจ้า (ยน.13:14 ) เป็นอาจารย์ (มธ.23:8 ) และเป็นสหายของเรา (ยน.15:14 )


              จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า
                                                                                                                                                  
(
1 ยน.3:1)


             
คุณกำลังมองหาใครสักคนที่รักคุณหรือ ?  พระเยซูทรงรักเรามากกว่าที่ใครจะรักได้ และพระองค์วิเศษจริงๆ!



   ที่มา : มานาประจำวัน  10/01/2011

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 10 มกราคม 2011 เวลา 17:28 น.
 

หมวกอยู่ไหน ?

 

มีเรื่องเล่าว่าครอบครัวหนึ่งออกไปปิกนิกที่ริมทะเลสาบ ในขณะที่ไม่ทันระวังลูกชายวัยห้าขวบเดินลุยลงไปในน้ำลึก และจมลงไป
ไม่มีใครในครอบครัวนั้นที่ว่ายน้ำเป็น พวกเขาจึงได้แต่วิ่งไปวิ่งมาอยู่ที่ริมทะเลสาบด้วยความ

ตื่นตกใจในขณะที่ลูกชายผลุบๆ โผล่ๆ ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในน้ำ เผอิญชายคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์จึงกระโดดลงไปช่วยชีวิต
เด็กขึ้นมาเขาตะกายขึ้นมาบนฝั่งพร้อมกับเด็กที่กำลังตื่นตกใจ แต่ไม่เป็นอันตราย แล้วเขาก็ได้ยินแม่ของเด็กพูดด้วยความโมโหว่า

แล้วหมวกของจอห์นนี่อยู่ไหน?”

หลายต่อหลายครั้งที่เรามัวแต่มองที่ความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ แล้วโอดครวญพร่ำบ่นแทนที่จะมองสิ่งดีอื่นๆ ที่พระเจ้าประทานให้
ในชีวิตของเรานอกเหนือจากความรักที่ไม่สิ้นสุด
และความรอดนิรันดร์ของพระองค์ เมื่อใดที่เราตัดพ้อเรื่องความขัดข้องใจเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต
เราก็กำลังพูดว่า
แล้วหมวกของจอห์นนี่อยู่ไหน?”

เปาโลเขียนไว้ว่า จงขอบพระคุณในทุกกรณี” (1 ธส.5:18) เราอาจจะไม่ได้รู้สึกดีกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา แต่เราสามารถ
ขอบพระคุณได้ในทุกกรณี
อาจดูเหมือนยากที่จะรู้สึกสำนึกในพระคุณของพระเจ้าเมื่อเราตกงาน หรือมีสุขภาพอ่อนแอ       แต่เราสามารถ
ขอบพระคุณสำหรับสิ่งดีที่พระองค์ประทานให้กับเราในชีวิตนี้ และสำนึกในพระคุณสำหรับชีวิตนิรันดร์ที่จะมาถึง

                                                          พระพรพระเจ้าประทาน เหลือประมาณเกินจะนับได้
                                                          ได้รับทุกวันเรื่อยไป หลั่งไหลมาสู่ชีวี
                                                          ดังนั้นเราจึงควรรู้ กตัญญูซาบซึ้งพระพรนี้
                                                          สรรเสริญพระเจ้าแสนดี และมีคำขอบพระคุณ 

                                แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับปัญหา ให้เรามาสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระพรของพระองค์
                                 

                                แต่ข้าพระองค์จะหวังอยู่ตลอดไป และจะสรรเสริญพระองค์มากยิ่งขึ้นๆ สดุดี 71:14

 

ที่มา : มานาประจำวัน 14/10/2010

 

ให้เกียรติศิษยาภิบาล


                 ผมไปดูการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลของเด็ก
8 ขวบที่หลานของผมลงแข่ง กรรมการส่งสัญญาณว่ามีการทำผิดกติกาและให้หยุดเล่น
เพราะหลังจากที่ผู้ขว้างลูกขว้างบอลออกไปแล้ว เขาถูกกระแทก ทำให้ผู้ตัดสินยกธงแสดงว่ามีการทำผิดกติกา เสียงจากผู้บรรยายบอกว่า

ผู้ตัดสินยกธงเพราะมีการกระแทกศิษยาภิบาลเออหมายถึงผู้ขว้างลูกครับ” (ผู้บรรยายพูดผิดเพราะคำว่าผู้ขว้างลูกในภาษาอังกฤษ
ออกเสียงคล้ายกับคำว่าศิษยาภิบาล) ทันทีที่เขาพูดแบบนั้น ผมก็คิดขึ้นว่า พระเจ้าอาจจะทรงส่งสัญญาณว่าบางคริสตจักรในสมัยนี้ทำผิด
กติกาอยู่!

ไม่ได้หมายความว่าศิษยาภิบาลเป็นคนดีพร้อม เพราะถ้าเราจะหาคนดีพร้อม คริสตจักรทั่วเมืองคงไม่มีศิษยาภิบาลอยู่เลย
แต่พระเจ้าทรงบอกให้เราให้เกียรติผู้ที่เป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ปกครองที่เทศนาและสั่งสอน (1 ทธ.5:17)
ผมเห็นว่าการเป็นศิษยาภิบาลเป็นอาชีพที่ยากที่สุดอาชีพหนึ่งในโลก เราอาศัยอยู่ในโลกที่สลับซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ   และความ
คาดหวังให้ศิษยาภิบาลมี
สมรรถนะสูงมักเป็นมาตรฐานสูงลิ่วจนไม่มีใครทำได้

ดังนั้น ให้เรามุ่งจุดสนใจไปที่การทำตัวเป็นสมาชิกคริสตจักรสมรรถนะสูงที่ให้เกียรติศิษยาภิบาลด้วยการพูดหนุนใจ 
และการอธิษฐานเผื่อ การมอบข้อความดีๆ หรือคำ
ขอบคุณมีคุณค่ามากในการสนับสนุนให้ศิษยาภิบาลรับใช้ด้วยความชื่นชมยินดี
และเต็มประสิทธิภาพ

พระเจ้าข้าโปรดช่วยให้เห็นคุณค่า ร่วมปรีดากับงานการรับใช้
ที่ผู้อื่นกระทำด้วยหัวใจ ถวายองค์พระผู้ไถ่จอมราชา

จงถือว่าผู้ปกครองที่ปกครองดีนั้นสมควรได้รับเกียรติสองเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองที่เทศนาและสั่งสอน
                                                                                                                                                        1 ทิโมธี 5:17

ที่มา : มานาประจำวัน 18/09/2010

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2010 เวลา 16:45 น.
 

คำพูดที่ดีงาม

 

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2008 ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐได้อภิปรายถึงข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญว่าด้วย     การใช้คำหยาบคาย
คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารได้กล่าวอ้างถึงนักแสดง
2 คนของบริษัทกระจายเสียงแห่งหนึ่งที่พูดคำหยาบคาย
ออกอากาศ     
ทางบริษัทกระจายเสียงโต้ว่าการใช้คำหยาบเพียง แวบเดียวที่ไม่ใช่คำสัปดนที่โจ่งแจ้งไม่ควรถูกลงโทษ ขณะที่
มีฝ่ายอื่นแย้งว่าพวกเราทุกคนมีหน้าที่ปกป้องเด็กๆ จากภาษาแบบนั้น

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 08 กันยายน 2010 เวลา 11:30 น. อ่านเพิ่มเติม...
 


หน้า 8 จาก 20

ปฏิทินกิจกรรม

May 2013
S M T W T F S
28 29 30 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31 1

รายการกิจกรรม

June 22,2013 : Saturday
:: กีฬาสีคริสตจักร

ข้อมูลการเยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday45
mod_vvisit_counterYesterday117
mod_vvisit_counterThis week490
mod_vvisit_counterThis month2079

ข้อพระคัมภีร์ประจำวัน

เพราะพระองค์ทรงบัญชา และทรงให้เกิดลมพายุ...พระองค์ทรงช่วยนำเขาออกจากความทุกข์ใจของเขา
สดุดี 107:25,28

หนังสือแนะนำ

ป้ายโฆษณา
The Voice
สิ่งที่เราพบเจอในชีวิต หลายคนอาจจะมองว่าเป็นความบังเอิญ แต่ในชีวิตจริงแล้ว
ความบังเอิญคงไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน และสิ่งซึ่งมากกว่าความบังเอิญนั้นก็คือ การทำให้
คนธรรมดาอย่างเรา รู้สึกเป็นคนพิเศษอยู่เสมอ

Bible Gateway Verse of the Day

ภาพยนตร์แนะนำ

ป้ายโฆษณา
THE BLIND SIDE
     สร้างจากเรื่องจริงที่ทำให้ ใครหลายคน
ได้รับแรงบันดาลใจ ความหวัง และการค้นพบ
ตัวเอง ... ชีวิตของชายผิวสีร่างยักษ์ ที่ไม่มีใครสนใจ เมื่อครอบครัวผิวขาวได้รับเลี้ยง และอยู่เคียงข้างเค้าในทุกสถานการณ์ ทำให้จิตใจที่ว่างเปล่านั้นกลับเต็มเปี่ยม จากชีวิต Michael Oher ผู้ซึ่งกลายมาเป็น นักฟุตบอลที่โด่งดังในอเมริกา

บุคคลออนไลน์

เรามี 22 บุคคลทั่วไป ออนไลน์