
ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมา สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้นคือ
ฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ซึ่งได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง คำกล่าวนี้มาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์
ฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ซึ่งได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง คำกล่าวนี้มาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์
ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยที่มนุษย์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า เพราะฉะนั้น พระคริสตธรรมคัมภีร์จึงเป็นพระคำของพระเจ้าที่มาถึงมนุษย์
เพื่อมนุษย์จะรู้จักพระองค์ เมื่อพระคัมภีร์กล่าวถึง "สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้า" ว่าเราสามารถเห็นได้จากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างนั้น
มีความหมายว่าอย่างไร ด้วยเหตุที่พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณไม่มีเนื้อและกระดูก มนุษย์จึงไม่สามารถเห็นพระเจ้าได้ด้วยตา
เช่นเดียวกันกับ "ลม" เรารู้ว่ามี "ลม" ก็โดยการสัมผัส ดังนั้นเรารู้ว่ามีพระเจ้าจริงก็โดยสังเกตจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ท่านเคยขึ้นไป
ยืนบนยอดเขาแล้วถามตนเองไหมว่า สิ่งต่างๆที่ท่านเห็นนี้มันเกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญหรือ เราทั้งหลายทราบดีว่า วัตถุไม่สามารถเกิด
มาจากความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเลยได้ นักดาราศาสตร์ได้บอกกับเราว่าจักรวาลของเรามีจุดเริ่มต้น นั่นมีความหมายว่าจักรวาลไม่ได้เป็นอยู่
โดยธรรมชาติ ถ้าเช่นนั้นจักรวาลมาจากไหน ต้องมีบางสิ่ง บางอย่าง หรือบางคนที่อยู่เหนือธรรมชาติและไม่มีจุดเริ่มต้น เป็นผู้สร้างจักรวาล
ขึ้นมา พระเจ้าตรัสว่า พระองค์ดำรงอยู่โดยนิรันดร์ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด และพระองค์ได้ทรงสร้างโลกนี้ขึ้นมา
ให้คุณสังเกตดูจากบรรดาสิ่งต่างๆที่เป็นอยู่และความใหญ่โตของจักรวาล คุณจะเห็นถึงความรักและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้
พระเจ้าเป็นผู้ทรงสร้างที่ยิ่งใหญ่ให้คุณสังเกตการทรงสร้างจากร่างกายของมนุษย์ เช่น ดวงตา คุณเคยคิดไหมว่า "ดวงตา" ของคุณได้รับ
การออกแบบมาอย่างสมบูรณ์ขนาดไหน ดวงตาได้จัดเตรียมน้ำหล่อเลี้ยงสำหรับตัวมันเอง มีเรตินาที่สามารถปรับขนาดใหญ่-เล็ก
เพื่อควบคุมปริมาณของแสงที่จะเข้ามาให้พอเหมาะ ซึ่งเชื่อมต่อกับสมองอย่างสมบูรณ์แบบ มีกล้ามเนื้อที่คอยควบคุมการเคลื่อนไหว
มีเปลือกตาที่สามารถปิดได้ เพื่อป้องกันดวงตาหรือเพื่อให้หลับ...และนอกเหนือจากนี้ยังมีระบบต่างๆอีกมากมาย การที่จะพูดว่าดวงตาของ
มนุษย์เกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญ ไม่ได้มีผู้สร้างที่เฉลียวฉลาดนั้นคงจะพูดได้ยาก เพราะระบบและโครงสร้างในร่างกายของมนุษย์ หรือแม้
กระทั่งหัวใจล้วนเป็นการทรงสร้างที่อัศจรรย์ของพระเจ้าที่ไม่มีอะไรใดๆมาทดแทนหรือดีกว่าได้
เมื่อคุณเดินทางไปที่ใดๆในโลกอาจจะเป็นทะเลหรือภูเขาให้คุณตั้งคำถามว่า "สิ่งนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร"
คำตอบก็คือ ต้องมีผู้ทรงสิ่งเหล่านี้ นั้นคือพระเจ้า คำถามที่น่าสนใจจากนั้น
"ข้าพเจ้าจะรู้จักและมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผู้ทรงสร้างข้าพเจ้าได้อย่างไร"
เพื่อมนุษย์จะรู้จักพระองค์ เมื่อพระคัมภีร์กล่าวถึง "สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้า" ว่าเราสามารถเห็นได้จากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างนั้น
มีความหมายว่าอย่างไร ด้วยเหตุที่พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณไม่มีเนื้อและกระดูก มนุษย์จึงไม่สามารถเห็นพระเจ้าได้ด้วยตา
เช่นเดียวกันกับ "ลม" เรารู้ว่ามี "ลม" ก็โดยการสัมผัส ดังนั้นเรารู้ว่ามีพระเจ้าจริงก็โดยสังเกตจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ท่านเคยขึ้นไป
ยืนบนยอดเขาแล้วถามตนเองไหมว่า สิ่งต่างๆที่ท่านเห็นนี้มันเกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญหรือ เราทั้งหลายทราบดีว่า วัตถุไม่สามารถเกิด
มาจากความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเลยได้ นักดาราศาสตร์ได้บอกกับเราว่าจักรวาลของเรามีจุดเริ่มต้น นั่นมีความหมายว่าจักรวาลไม่ได้เป็นอยู่
โดยธรรมชาติ ถ้าเช่นนั้นจักรวาลมาจากไหน ต้องมีบางสิ่ง บางอย่าง หรือบางคนที่อยู่เหนือธรรมชาติและไม่มีจุดเริ่มต้น เป็นผู้สร้างจักรวาล
ขึ้นมา พระเจ้าตรัสว่า พระองค์ดำรงอยู่โดยนิรันดร์ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด และพระองค์ได้ทรงสร้างโลกนี้ขึ้นมา
ให้คุณสังเกตดูจากบรรดาสิ่งต่างๆที่เป็นอยู่และความใหญ่โตของจักรวาล คุณจะเห็นถึงความรักและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้
พระเจ้าเป็นผู้ทรงสร้างที่ยิ่งใหญ่ให้คุณสังเกตการทรงสร้างจากร่างกายของมนุษย์ เช่น ดวงตา คุณเคยคิดไหมว่า "ดวงตา" ของคุณได้รับ
การออกแบบมาอย่างสมบูรณ์ขนาดไหน ดวงตาได้จัดเตรียมน้ำหล่อเลี้ยงสำหรับตัวมันเอง มีเรตินาที่สามารถปรับขนาดใหญ่-เล็ก
เพื่อควบคุมปริมาณของแสงที่จะเข้ามาให้พอเหมาะ ซึ่งเชื่อมต่อกับสมองอย่างสมบูรณ์แบบ มีกล้ามเนื้อที่คอยควบคุมการเคลื่อนไหว
มีเปลือกตาที่สามารถปิดได้ เพื่อป้องกันดวงตาหรือเพื่อให้หลับ...และนอกเหนือจากนี้ยังมีระบบต่างๆอีกมากมาย การที่จะพูดว่าดวงตาของ
มนุษย์เกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญ ไม่ได้มีผู้สร้างที่เฉลียวฉลาดนั้นคงจะพูดได้ยาก เพราะระบบและโครงสร้างในร่างกายของมนุษย์ หรือแม้
กระทั่งหัวใจล้วนเป็นการทรงสร้างที่อัศจรรย์ของพระเจ้าที่ไม่มีอะไรใดๆมาทดแทนหรือดีกว่าได้
เมื่อคุณเดินทางไปที่ใดๆในโลกอาจจะเป็นทะเลหรือภูเขาให้คุณตั้งคำถามว่า "สิ่งนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร"
คำตอบก็คือ ต้องมีผู้ทรงสิ่งเหล่านี้ นั้นคือพระเจ้า คำถามที่น่าสนใจจากนั้น
"ข้าพเจ้าจะรู้จักและมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผู้ทรงสร้างข้าพเจ้าได้อย่างไร"
หากคุณอยากรู้จักกับพระองค์ คุณสามารถอธิษฐานที่จะต้อนรับพระองค์เข้ามาในชีวิตของคุณ โดยกล่าวอธิษฐานตามนี้
" พระเจ้า (ครับ/ค่ะ)
ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์ ปรารถนาให้พระองค์เข้ามาดูแลชีวิต
ของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ยอมรับว่าข้าพระองค์เป็นคนบาป
ข้าพระองค์เชื่อว่าพระองค์ทรงส่งพระเยซูคริสต์มา
เพื่อไถ่บาปให้กับข้าพระองค์ที่บนไม้กางเขน นับจากเวลานี้ ขอพระองค์ทรงเข้ามาดูแลชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์
ขอในนามพระเยซูคริสต์
อาเมน"
อาเมน มีความหมายว่า “ ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด "



พระเจ้าคือใคร