covenantbkk

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
หน้าหลัก วันพิเศษ
วันพิเศษ


                                                                         

            
คริสต์มาส” (Christmas)  หมายถึง “เทศกาลประจำปีของคริสตจักร เพื่อ
ระลึกถึงการบังเกิดของพระเยซูคริสต์เจ้า โดยฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม

                คำๆนี้มาจากภาษาอังกฤษสมัยกลางว่า “Cristmasse” ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า “Cristes masse” (CHRIST+MASS)  หมายถึง “Mass of Christ” 

                คำว่า 
“Christ” ถ้าอยู่โดดๆ ออกเสียงว่า “ไครสท์” หมายถึง “พระเยซูคริสต์ แต่ถ้าผสมกับคำอื่นจะอ่านเป็น “คริสต์”  ส่วนคำว่า  “Mass” (แมส) หมายถึง “การเฉลิมฉลองพิธีขอบพระคุณพระเจ้า” ที่เรียกว่า “พิธีมหาสนิท” หรือ “พิธีระลึก” หรือที่ชาวคาทอลิก(คริสตัง) เรียกว่า พิธี “มิสซา” 

                คริสต์มาส  ยังหมายถึง “เทศกาลของคริสตจักรที่ครอบคลุมจากวันที่ 24 ธันวาคม (วันก่อนคริสตมาส) จนถึงวันที่ 6 มกราคม (วันเอพิฟานี)     ถ้าใช้ในความหมายนี้ อาจจะเรียกว่า “Christmastide”

                ปกติคริสเตียนจะใช้ภาษาไทยเรียกวันนี้ว่า คริสตมาส(สังเกตให้ดี จะเห็นว่าไม่มีตัวการันต์บนตัว เต่า) แต่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 บัญญัติศัพท์ ว่า “คริสต์มาส” สังเกตว่ามีตัวการันต์ด้วย หมายถึงวันสมภพของพระเยซู” จึงเรียกวันนี้ว่า
วัน
 “คริสตสมภพ
                
                อนึ่ง คำว่า คริสต์มาสนี้ ยังเป็นชื่อของพุ่มไม้ที่ออกดอกในฤดูหนาวมีใบประดับสีแดง เรียกว่า Euphorbia pulcherrima Willd อยู่ในตระกูล (ยูฟอเบีย-ซิ) ที่เราคนไทยเรียกกันว่า “ดอกคริสตมาส

                เรื่องราวของวันคริสตมาส ตามที่บันทึกในพระคัมภีร์ของคริสเตียน มีอยู่ว่า...
พระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก แต่มนุษย์ทำบาป  และละทิ้งพระเจ้าแต่กระนั้น พระเจ้าก็ยังทรงส่ง “พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์จากสวรรค์ลงมาประสูติผ่านครรภ์ของหญิงพรหมจารี ที่มีนามว่า “มารีย์” เพื่อรับโทษทัณฑ์แทนมนุษย์ทั้งปวง 

                คำว่า “คริสต์” เป็นภาษากรีก แปลว่า “ผู้ที่ได้รับการเจิมแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์” 

                พระคริสต์จึงเป็นชื่อตำแหน่ง ส่วนนามของพระองค์ คือ “พระเยซู ซึ่งเป็นภาษากรีกเหมือนกัน แปลว่า ผู้ช่วยให้รอด

                ดังนั้นนาม พระเยซูคริสต์” จึงหมายถึง “กษัตริย์ผู้เสด็จลงมาเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด (จากหนี้บาป)พระองค์เสด็จมาก็เพื่อสละชีวิตของพระองค์ จ่ายหนี้บาป แทนมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดจากความตายนิรันดร์ มนุษย์ที่เกิดมาก็เป็นหนี้บาป(เดิม) บวกกับหนี้ใหม่ที่แต่ละคนกระทำด้วยตนเอง 

                เราทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องชำระ นั้นคือ ความตาย ความตายฝ่ายร่างกาย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวนัก เมื่อเปรียบเทียบกับความตายฝ่ายจิตวิญญาณ  และเพราะจิตวิญญาณของมนุษย์นั้นอมตะและล้ำค่า 

               
พระคริสต์จึงได้เสด็จเข้ามาบังเกิดด้วยสภาพอย่างมนุษย์ในโลกนี้ เพื่อมารับโทษ จ่ายหนี้บาปแทนมนุษย์ที่พระองค์ทรงรัก วันที่พระองค์ทรงมาประสูติ จึงเรียกว่า วันคริสตมา(ส)
 
                ซานตาคลอส กวางเรนเดียร์ สโนว์แมน หรืออะไรๆ ทำนองนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสีสันให้กับวันคริสตมาส หรือเป็นสิ่งที่คนบางกลุ่มนำมาเป็นตัวละคร เพื่อความบันเทิงเชิงธุรกิจจนบดบัง และแทนที่คนสำคัญนั้นคือ
 
                พระเยซูคริสต์ตามบันทึกในพระคัมภีร์ กษัตริย์เฮโรดที่ปกครองยูเดียในเวลานั้นก็บัญชาให้ตามสังหารพระคริสต์กุมารในช่วงวันคริสตมาสแรกแต่ไม่สำเร็จ
   33 ปีต่อมา พระคริสต์กุมารได้เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มฉกรรจ์และ

                พระองค์ทรงสมัครพระทัยที่จะรับโทษ(หนี้บาป)โดยยอมถูกตรึงตายอย่างทรมานบนไม้กางเขนแทนมวลมนุษย์ในวันศุกร์ที่เรียกว่า
 
ศุกร์ประเสริฐ หลังจากนั้น เขานำพระศพพระเยซูคริสต์ไปฝังไว้ในอุโมงค์ 

                ต่อมาในวันที่ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ท่ามกลางพยานมากมาย เราเรียกวันๆนั้นว่า
 อีสเตอร์ในวันคริสตมาสแรก เราไม่มีโอกาสได้ต้อนรับพระคริสต์เจ้าของวันคริสตมาสผู้ทรงเสด็จมาในโลก แต่คริสตมาสปีนี้ เราสามารถร่วมฉลองวันประสูติของพระคริสต์ร่วมกับคนเกือบทั้งโลกได้ 
               


ที่มา : หนังสือ "ABC"โดยอาจารย์ธงชัย   ประดับชนานุรัตน์

 

 

วันอีสเตอร์

                  
                       
                       คือวันระลึกถึงวันเป็นขึ้นมาจากความตาย ขององค์พระเยซูคริสต์
ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์

คำว่า
"อีสเตอร์ " ที่นำมาใช้สำหรับการฉลองนั้นมาจากคำว่า "EOSTRE" ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งฤดูใบไม้ผลิตของพวกทูโทนิค

เป็นเทพเจ้าแห่งการฟื้นคืนชีพ เพราะก่อนถึงฤดูนี้ ต้นไม้ ใบหญ้า ดอกร่วงหล่นเหลือแต่ซาก พอถึงฤดูใบไม้ผลิมันจะกลับผลิดอกออก

ใบมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
ฉะนั้นฤดูใบไม้ผลิ จึงถูกนำมาเปรียบกับการเป็นขึ้นมาจากความตาย ของพระเยซูด้วย จึงเรียกวันนี้ว่า

"อีสเตอร์"


                       สมัยก่อน คริสตจักรต่างๆ จัดฉลองวันอีสเตอร์ในวันอาทิตย์ที่ไม่ตรงกัน จนถึงปี ค.ศ.325 สภาไนเซียหรือสภาผู้นำ

อ่านเพิ่มเติม...
 

วันศุกร์ประเสริฐ

           

                 คือวันที่พระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
หลังจากที่พระเยซูคริสต์ประสูติ พระองค์ก็เจริญวัยขึ้นในครอบครัว

ของโยเซฟ ซึ่งเป็นช่างไม้ในเมืองนาซาเร็ธ
(ลูกา 2:52) จนกระทั่งถึงวัย 30 พระชันษา พระองค์ได้เสด็จออกสั่งสอนตามหมู่บ้าน ใน

ชนบท ตามเขตแดนต่างๆ ของประเทศอิสราเอล ทรงสั่งสอนถึงแผ่นดินของพระเจ้า


อ่านเพิ่มเติม...
 


ปฏิทินกิจกรรม

May 2013
S M T W T F S
28 29 30 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31 1

รายการกิจกรรม

No events


ข้อพระคัมภีร์ประจำวัน

คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด
โรม 10:9

Bible Gateway Verse of the Day